เหตุผลในการสร้างพีระมิด
ถึงแม้โลกโบราณจะมีสิ่งมหัศจรรย์ ๗ สิ่ง ซึ่งได้แก่ ประภาคารแห่ง
Alexandria รูปปั้นแห่งเกาะ Rhodes สวนลอยแห่ง Babylon วิหารแห่ง Artemis
ที่ฝังศพแห่ง Helecarnassus รูปปั้นของเทพ Zeus และพีระมิดแห่งอียิปต์ก็ตาม
แต่ก็มีพีระมิดเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่ยังคงสภาพอยู่จนทุกวันนี้
เพราะสิ่งมหัศจรรย์อีก ๖ สิ่งนั้นได้
ล่มสลายและปรักหักพังไปจนหมดสิ้นแล้ว
ณ
วันนี้ โลกรู้ว่าพีระมิดที่ใหญ่ที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดคือ
มหาพีระมิดแห่ง Giza ซึ่งกษัตริย์ Khufu ได้ ทรงสร้างขึ้นเมื่อ ๔,๕๕๐
ปีก่อนนี้
ตัวพีระมิดทำด้วยหินโดยมีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีด้านยาวด้านละ ๒๓๐
เมตร และประกอบด้วยหินสองล้านสามแสนก้อน ทำให้หนักประมาณ ๖ ล้าน ๕ แสนตัน
ตัวพีระมิดสูง ๑๔๖ เมตร มันจึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก
จนกระทั่งสถิติความสูงได้ถูกลบโดยหอ Eiffel ใน พ.ศ. ๒๔๓๐
การศึกษาพีระมิดทำให้เรารู้ว่า ภายในพีระมิดมีห้องลึกลับและมีทางเดินที่คับแคบ
ซึ่ง
ห้องเหล่านั้นเคยใช้เป็นที่เก็บมัมมี่ขององค์ฟาโรห์มเหสีและมหาสมบัติมากมาย
การมีขนาดใหญ่มโหฬารมากทำให้ชาวอาหรับในสมัยโบราณเรียกพีระมิดว่า
มหาบรรพตแห่งองค์ฟาโรห์ และเมื่อ ๒๐๐ ปีก่อนนั้น
ใครก็ตามที่ได้ไปเยือนอียิปต์ มักจะถือโอกาสไต่พีระมิดขึ้นไปจนถึงยอด
ปัจจุบันกิจกรรมนี้เป็นที่ต้องห้ามแล้ว
เพราะนักท่องเที่ยวอาจเป็นอันตรายจากการตกพีระมิดตายได้
คำ
ถามหนึ่งที่คนทุกคนที่รู้จักพีระมิดมักถามคือ
คนอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดได้อย่างไร และสร้างมันขึ้นด้วยเหตุใด
และทำไมจึงต้องมีรูปแบบนั้น ในความเป็นจริง
คนอียิปต์มิได้เป็นชนชาติเดียวเท่านั้นที่รู้จักสร้างพีระมิด ใน Sudan
ก็มีพีระมิดใน Mexico ชน Aztec ก็สร้างพีระมิดเช่นกัน
และแม้แต่ในอียิปต์เองก็มีพีระมิดอื่น ๆ อีกราว ๘๐๐ พีระมิด
ข้อสังเกตหนึ่งที่นักอียิปต์วิทยาสรุปได้จากการศึกษาพีระมิดคือ
ผิวด้านข้างของพีระมิดที่สร้างในยุคแรก ๆ นั้น มิได้ราบเรียบ
แต่มีลักษณะเป็นขั้นบันได
เสมือนจะให้กษัตริย์ได้ใช้ดำเนินขึ้นไปเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าบนสวรรค์
ดังที่ฟาโรห์ Djoser ได้ทรงสร้างพีระมิดขั้นบันไดขึ้นที่ Saqqara เมื่อ
๔,๖๘๐ ปีก่อนนั้น
ตามปกติคนอียิปต์นั้นมีความเชื่อว่า ฟาโรห์คือเทพเจ้าผู้เป็นทั้งแม่ทัพ
ผู้พิพากษา และเป็นผู้พิทักษ์รักษา ทรัพย์สมบัติของแผ่นดินทั้งมวล พูดง่าย ๆ
คือ พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจคนทุกคนในประเทศ ดังนั้น
ในการสร้างพีระมิดแต่ละลูก คนงานที่ลากหินมาสร้างพีระมิดจึงไม่ใช่ทาส
แต่เป็นชาวนาชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้นมีส่วนช่วยให้องค์
ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง
เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป
เพราะ
พีระมิดที่สร้างเมื่อ ๔,๐๐๐ ปีก่อน ยังตั้งตระหง่านอยู่ได้จนทุกวันนี้
ความยืนยงคงกระพันของพีระมิดได้ทำให้ชาวอียิปต์มีคำกล่าวว่า
ถึงแม้เวลาจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เวลาก็มิอาจทำลายพีระมิดได้
ตัวพีระมิดแห่ง Giza ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ Nile
เพราะชาวอียิปต์ถือว่าดินแดนในทิศตะวันตกคือดินแดนสำหรับคนที่ตายไปแล้ว
ดังนั้น เมื่อดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก
ดวงอาทิตย์จึงได้ติดตามเหล่าวิญญาณไป ส่วนองค์ฟาโรห์นั้น
พระองค์คือเจ้าชีวิตของประชาชนที่คนทุกคนอาจตายแทนได้
ความ
จริงคำว่า pharaoh แปลว่า บ้านหลังใหญ่
คำคำนี้ในระยะแรกจึงหมายถึงปราสาทไม่ใช่กษัตริย์
และการสร้างพีระมิดสำหรับเก็บพระศพ
หากสร้างใหญ่มากก็ต้องใช้เวลานานหลายปีซึ่งองค์ฟาโรห์อาจสิ้นพระชนม์ก่อน
นอกจากนี้การสร้างใหญ่เป็นการลงทุนที่มหาศาลที่ต้องใช้คนและทรัพย์มาก
ซึ่งจะทำให้ความเป็นอยู่ของผู้คนลำบากมาก
แต่ครั้นจะสร้างเล็กก็ดูไม่สมศักดิ์ศรีเลย
การศึกษาประวัติศาสตร์ของอียิปต์ทำให้เราทุกวันนี้รู้ว่า
เวลาฟาโรห์สิ้นพระชนม์ พระนักบวชจะนำพระศพล่องเรือไปยังสถานศักดิ์สิทธิ์
เพื่อทำมัมมี่ก่อนแล้วจึงเอาผ้าลินินขาวพันพระศพ จากนั้นอีก ๗๐ วันต่อมา
พระนักบวชก็จะทำพิธีฝังพระศพ
โดยให้สตรีในราชสำนักนุ่งขาวและส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญ
พร้อมกับโยนทรายไปในอากาศ จนกระทั่งถึงพีระมิด
พระก็จะนำพระศพเข้าไปข้างในห้องลึกลับ
เพราะพระคิดว่าวิญญาณฟาโรห์ยังต้องการอาหารและเครื่องดื่มต่อ
พระจึงนำอาหารวางไว้ด้วย แล้วก็ปิดห้องลึกลับนั้นทันที
เพื่อป้องกันขโมยที่จะมาปล้นราชสมบัติในภายหลัง
ในสมัยนั้น
คนอียิปต์นิยมใช้เรือเป็นพาหนะสำคัญเพราะยังไม่รู้จักใช้รถที่มีล้อ
และแม้แต่สุริยเทพ Re เองก็ทรงใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางข้ามท้องฟ้า
ดังนั้น เวลาฟาโรห์สิ้นพระชนม์ศพพระองค์ก็ทรงเดินทางด้วยเรือเช่นกัน
ดังที่ปรากฏในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้มีการขุดพบเรือศพของฟาโรห์ Khufu
ใกล้พีระมิดที่พระองค์ทรงสร้างนั่นเอง
ใน
การสร้างพีระมิดทุกครั้ง ฟาโรห์ต้องวางแผนก่อสร้าง รวมทั้งสถานที่ตั้งด้วย
โดยมีหลักการง่าย ๆ ว่าพีระมิดที่จะสร้างใหม่ต้องอยู่ใกล้แม่น้ำ
เพื่อความสะดวกในการขนหิน ชนิดของหินก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน
เพราะพีระมิดมีหลายชั้น การใช้หินที่ไม่แข็งแรงอาจทำให้พีระมิดทรุดตัวลงได้
ณ วันนี้ ไม่มีใครรู้แน่ชัด ๑๐๐% ว่า ชาวอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดอย่างไร
เมื่อ ๒,๕๐๐ ปีก่อนนี้ นักประวัติศาสตร์ชื่อ Herodotus
ได้อ้างว่าฟาโรห์ใช้คนในการก่อสร้างพีระมิดมากถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน และนานถึง ๒๐
ปี แต่นักเทคโนโลยีทุกวันนี้เชื่อว่า ตัวเลขกรรมกรขนหินน่าจะเป็นเพียง
๔,๐๐๐ คนมากกว่า การที่ใช้คนจำนวนน้อยเช่นนี้
เพราะกรรมกรไม่ต้องทำงานทั้งปี
คือเฉพาะเวลาน้ำในแม่น้ำไนล์ท่วมฝั่งชาวนาและกสิกรจะว่างงาน
จึงทิ้งนาเพื่อมาช่วยสร้างพีระมิดถวายแด่องค์ฟาโรห์ของตน
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อถึงยุคต่อมา เหตุใดฟาโรห์ในระยะหลัง ๆ จึงไม่ได้สร้างพีระมิดให้ใหญ่ขนาดนั้นบ้าง
ในหนังสือชื่อ Theory and Pradice in Mediterranean Archaeology : Old
World and New World Perspectives ที่ Joyce Marcus เรียบเรียง
และออกวางตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้ เธอได้อธิบายว่า ในอดีตเราเคยเชื่อกันว่า
พีระมิดแห่ง Giza
คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ฟาโรห์ทรงสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเป็นมหาอำนาจ
และความยิ่งใหญ่อลังการของอาณาจักรพระองค์ แต่ในความเป็นจริง
พีระมิดขนาดใหญ่เป็นโฆษณาชวนเชื่อมากกว่า
เพราะการศึกษาประวัติศาสตร์อียิปต์ในยุคต่อจากฟาโรห์ Khufu แสดงให้เห็นว่า
ถึงฟาโรห์ในยุคหลัง ๆ จะมีพระราชสมบัติ และพระราชอำนาจยิ่งกว่า Khufu
แต่พระองค์ก็ทรงไม่ใช้ผู้คนและทรัพย์สินในการสร้างพีระมิดให้ใหญ่กว่า
พีระมิดของ Khufu อีกเลย
ดังนั้น เราจึงได้คำตอบว่า Khufu
สร้างพีระมิดขนาดมโหฬารขึ้นมาเพื่อให้ประเทศเพื่อนบ้านตื่นตาตื่นใจ
และศรัทธาในความเป็นอารยะของตน พีระมิดจึงเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อ
ชวนศรัทธาในฟาโรห์เท่านั้นเอง Marcus ยังได้บรรยายต่อว่า
การสร้างพีระมิดให้ใหญ่กว่าพีระมิดแห่งพระอาทิตย์ที่ Teatihuacan
ก็หยุดเช่นกัน ถึงแม้กษัตริย์ Aztec
มีอำนาจและอาณาจักรจะรุ่งเรืองกว่าเก่าก็ตาม
ดังนั้น ในสายตาและมุมมองของ Marcus พีระมิดจึงเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับแสดงแสนยานุภาพของฟาโรห์ให้คนอื่นยำเกรงเท่านั้นเอง
จึงสรุปได้ว่า ทุกวันนี้ก็เช่นกัน
การสร้างถาวรวัตถุที่มีขนาดใหญ่มักถือเป็นการแสดงบารมีของผู้สร้าง
แต่มันก็หาใช่บารมีที่แท้จริงไม่
ผู้เขียน ศ. ดร.สุทัศน์ ยกส้าน ภาคีสมาชิก ประเภทวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาฟิสิกส์ สำนักวิทยาศาสตร์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น